ตรงกลางระหว่าง น้ำเปล่า น้ำอัดลม น้ำหวาน ชาเขียว = น้ำใบเตย
เคยได้ยินไหมครับว่า ชาเขียวถูกน้ำเสนอเพื่อเป็นตัวเลือกให้คนที่ ไม่ชอบอยากดื่มน้ำเปล่า แต่ก็ไม่ชอบน้ำอัดลม เมื่อวานแวะไปทานข้าวที่ ม. เกษตร มาครับ (จริงๆผมกับ @pangporn ก็ไปเกษตรบ่อย เนื่องจากเรารักเกษตรครับ
ทั้งๆที่ก็จบมาจะ 9 ปีแล้ว) ผมก็สังเกตุเห็นเรื่องที่จะเอามาเล่าวันนี้แหละครับ .. น้ำใบเตย

น้ำใบเตยก็ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่น่าตื่นเต้นหรอกครับ แต่ที่ผมสังเกตุคือ น้องๆนิสิตที่ ม. เกษตรเริ่มเปลี่ยนมากินน้ำใบเตยมากขึ้นเรื่อยๆ (ที่อื่นเป็นไง ใครทราบบอกหน่อยครับ) ขนาดผมไปรอซื้อน้ำ 80% ของคนที่ซื้อก่อนผมซื้อน้ำใบเตย
คงด้วยราคาที่ถูกกว่าน้ำอื่นๆ (แก้วละ 5 บาท ส่วนน้ำหวานอื่น 7 บาท น้ำอัดลมไม่ได้ดื่มนานแล้วไม่ทราบ ส่วนชาเขียวเหมือนจะหาได้เฉพาะใน 7-11 ราคา 20 บาท) และอีกอย่างผมว่า น้ำใบเตยเนี้ยหวานน้อย เป็น เซ็กเม้นใหม่ทางการตลาดน้ำดื่มที่ สำหรับผู้ที่ไม่ชอบน้ำเปล่า ไม่อยากดื่มน้ำอัดลม น้ำหวานอื่นๆก็หวานไป ชาเขียวก็แพงไป ลงตัวพอดีเดะ ใครไม่เคยลองก็ลองดูนะครับ
ข้อสังเกตุอย่างที่อยากพูดถึงนาน (@pangporn พูดถึงทุกครั้งทีมาทานข้าวที่ บาร์ใหม่ ม.เกษตร) คือเกษตรน่าจะเป็นตัวอย่างในการรักษาธรรมชาติ ไม่น่าใช้แก้วพลาสติก เป็นวันๆนึงใช้เยอะมากๆๆ น่าจะใช้ เยือกใหญ่ๆ เหมือนเดิม ใครจบจากเกษตรซัก 2-3 ปีก่อนน่าจะทันกินน้ำเยือก ยังจำกันได้ไหมครับ จานโฟมอีกอย่างนึงใช้กันเยอะมากๆ เรื่องพวกนี้ต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเรียน มหาวิทยาลัยมีส่วนสำคัญมากๆ
เริ่มที่น้ำใบเตย แต่มาจบเรื่องรักษาธรรมชาติ