Random Thoughts on Random Things by Tanomsak
Random header image... Refresh for more!

Regret Minimization Framework

23 May 2010

วันนี้อ่าน blog ของคุณ Tony Wright เรื่องการตัดสินใจลาออกจาก CEO ของ RescueTime เลยได้ดู บทสัมภาษส์ Jeff Bezos ผู้ก่อตั้ง Amazon ลองดู Video ข้างล่างครับ

Jeff เล่าถึงตอนเค้าลาออกจากบริษัทเก่า ก่อนมาก่อตั้ง Amazon ว่า ถ้าเค้าลองคิดถึงในอนาคต ว่าตอนเค้าอายุ 80 ปี แล้วมองย้อนกลับมา การตัดสินใจแบบไหน จะให้เค้าเสียใจน้อยที่สุด และเรียกขบวนการคิดแบบนี้ว่า “Regret Minimization Framework”

พอดูแล้วทำให้คิดถึงเรื่องนึงในอดีตครับ คือมีเพื่อนผมคนนึงเคยมาปรึกษา ปัญหาคือเพื่อนผมเค้าสอบติดนักบินของสายการบินหนึ่ง และกำลังตัดสินใจว่าจะตกลงใจเซ็นสัญญาเข้าเรียนและเดินไปในอาชีพนักบินดีหรือไม่

ดูเผินๆเหมือนจะดีนะครับ สอบได้นักบิน ทั้งเท่และรายได้ดี แต่ปัญหาคือ การจะเป็นนักบินต้องมี commitment สูงมาก ค่าใช้จ่ายในการเรียนว่าที่นักบินต้องเซ็นสัญญากู้เพื่อมาเรียน หลายล้านบาท และ ติดสัญญากับสายการบินเป็นระยะเวลาหลายปีเพื่อผ่อนใช้ค่าเรียน ซึ่งจริงๆแล้วสามารถจ่ายได้สบายมาก เนื่องจากรายได้สูงมาก

ลอง สมมติว่าต้องผ่อนอยู่ 10 ปี คุณมั่นใจไหมครับ ว่าจะทำงานหนึ่งๆอย่างมีความสุขได้ 10 ไม่ออก ไม่อยากเปลี่ยนงาน? นั้นแหละครับปัญหา เพื่อนผมก็ไม่มั่นใจว่ารักในการเป็นนักบินไหม และถ้าไม่ชอบเป็นนักบินจะทำยังไง เงินก็กู้ไปแล้ว

ในที่สุดเค้าก็ตัดสินใจไม่เป็นนักบิน เพราะเมื่อเทียบกันความเสียใจ ระหว่าง ติดสัญญา 10+ ทนทำในสิ่งที่เค้า “อาจ” ไม่ชอบ กับ ความเสียใจ ที่ไม่ได้รายได้สูงๆแบบนักบิน เค้าคิดว่าเค้าทนไม่ได้กับข้อแรกมากกว่า แต่นั้นก็เป็นการตัดสินใจหนึ่งของคนหนึ่งนะครับ

ถ้าใครมีปัญหายากๆต้องตัดสินใจ ลองถามตัวเองดูนะครับว่า ในกรณีที่แย่ที่สุดของทุกทางเลือก ทางเลือกไหนทำให้เราเสียใจน้อยที่สุด

  • http://twitter.com/iPAS Pasakorn T

    มักจะ run ชุดความคิด Regret Minimization อยู่บ่อยครั้ง
    เช่น ทุกครั้งที่สิ่งที่เราทำ มันลงเหว .. เอ หรือว่า จะเิดินผิดทางหว่า ?!?

    ทำให้เปลี่ยนเส้นทางอยู่สม่ำเสมอ .. ไม่ดีเท่าไร

  • tanomsak

    การเลิกทำอะไรอย่างหนึ่ง เปลี่ยนไปทำอีกอย่าง ไม่ได้ผิดนะ แต่ควรจะเปลี่ยนเมื่อควรเปลี่ยน ยึดมั่นเมื่อควรยึอมั่น ซึ่งยากหน่อยที่จะรู้ ลองอ่าน The Dip ดูแล้วจะชอบ http://sethgodin.typepad.com/the_dip/

  • http://www.utcc.ac.th/ ศึกษาต่อ

    เป็นความคิดที่ดี มากอันหนึ่งครับ..แต่ควรคิดให้รอบคอบ และที่สำคัญ ควรปรึกษากับผู้รู้จริๆ นะครับ..บางที สิ่งที่เรารู้อาจไม่ใช่ทั้งหมดของมัน และมันอาจจะมาตัดสินได้ไม่ดีที่สุด …สมมติ ผมเป็นเพื่อนคุณ แล้วเกิดไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แล้วเกิดเขาชอบขึ้นมา แล้วเกิดอาชีพนี้ทำให้เขามีความสุขในชีวิต ดีกว่าต้องไปทำอย่างอื่นที่เขาเองอาจก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่า ตกลงเราชอบอะไร..ถ้าจะคิดอย่างนี้ก็คิดได้นะคับ…
    แต่ก็เป็นวิธีคิดที่่น่าสนใจ แต่อาจไม่เหมาะกับบาางเรื่อง และต้องยืนอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความรู้สึกเพียงอย่างเดียวนะครับ

  • tanomsak

    เห็นด้วยครับว่าเราอาจไม่ได้เห็นทั้งหมดของสองตัวเลือก และอาจจะตัดสินใจบนข้อมูลที่ไม่ perfect ได้

    แต่นั้นก็เป็นปัญหาใหญ่ใช่ไหมครับ เพราะจริงๆเราแทบจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเราได้ข้อมูลครบหรือยัง และอันไหนจะดีกว่ากันครับ :)